freestylewrite

startwrite

posted on 12 Apr 2007 15:42 by forest2024  in freestylewrite

สวัสดีปีใหม่ไทย

นะทุกคน

พร้อมทั้งขอแนะนำตัวด้วย

เราเพิ่งมาเป็นสมาชิกใหม่

ฝากตัวด้วยละกาน

(หลายอย่างยังไม่เข้าที่เข้าทางเนื่องจากยังไม่พร้อม+มือใหม่ด้วย

เดี๋ยวจะรีบทามล่ะ)

เม้นกานเยอะๆนะ


edit @ 2007/04/12 15:50:24

> เจอจากที่อื่นมาน่ะเลยเอามาลงอี-เมล์ส่งให้เพื่อนอ่าน แล้วพอมีบล็อกเลยคิดได้เอามาลง ...... สุขสันต์ปีใหม่ไทยจร้า

>
> วัยรุ่นทั้งหลายเรารวมรวบความหมายไว้ที่นี่
>
>
>
> พจนานุกรมฉบับซงย้ง หมวดนักเรียนนักศึกษา
>
>
>
> ก
>
> การบ้าน -
>
> 1. วัตถุอย่างหนึ่ง มีคุณสมบัติทางกายภาพคล้ายไวน์
>
> ต้องหมักบ่มไว้เป็นสัปดาห์ จนเย็นวันสุดท้าย (ก่อนส่ง)
>
> จึงค่อยหยิบขึ้นมาทำ จะได้รสชาติซาบซ่านดีแท้
>
> (คำเตือน : ห้ามหมักบ่มเกิน 3 วิชา มิฉะนั้นคืนก่อนส่ง อาจมีอาการตาค้าง ไม่
> ต้องนอนทั้งคืน)
>
> 2. สิ่งที่มักค้นไม่เจอในกระเป๋า ตอนวันส่ง
>
>
>
> กรำ - (ภาษาวัยรุ่น) คำอุทาน เวลาค้นกระเป๋าจนทั่ว แต่เจือกหาสมุดการบ้านไม่
> เจอ
>
>
>
> เกมส์ - วัตถุอย่างหนึ่ง สำคัญกว่าการบ้าน 800 ล้านเท่า
>
> ได้มาปุ๊บต้องเล่นทันที มิฉะนั้นจะทำให้ฟุ้งซ่าน ลงแดง
>
> บางรายอาจมีอาการคลุ้มคลั่งแทรกซ้อน
>
> ควรปรึกษาอาเจ้ร้านเกมส์แถวบ้านท่านอย่างเร่งด่วน
>
> (คำเตือน : ยังไงก็แบ่งเวลาให้เป็นแล้วกันนะน้อง)
>
>
>
> กิ๊ก - วัตถุไวไฟ ไม่ควรนำมาใกล้กับแฟน............ทางที่ดีไม่มีจะดีกว่านะ
> เฟ่ย ไอ้น้อง
>
>
>
> การ์ตูน
>
> 1. หนังสืออ่านนอกเวลา อาจอ่านได้เป็นบางโอกาสเวลาที่ครูหันไปเขียนกระดาน
>
> 2. หนังสือที่มีชั้นวางเป็นอย่างดี ในขณะที่หนังสือเรียนถูกเก็บในลิ้นชัก....
>
> 3. ผลงานเชิดหน้าชูตา (งามหน้า) แห่งปี ของกระทรวง
>
> อะเด่อ....ได้เสียงชื่นชมจากผู้ปกครองไปเยอะล่ะเซ่
>
>
>
> กวดวิชา - ข้ออ้างแม่ไปเที่ยวสยาม
>
>
>
> ข
>
> ขึ้นเขียง - การเดินเข้าสอบอย่างมาดมั่น โดยไม่มีหนังสือซักตัวอยู่ในหัวเลย
>
>
>
> ข้างๆ - โอกาสสุดท้าย ก่อนขึ้นเขียง ..........เอ้า หันไปดูซะ
>
>
>
> ขึ้นเขียงชัวร์ อาการเมื่อคน 'ข้างๆ' ...มันเจือกไม่มีอะไรในหัวมาเหมือนกัน
>
>
>
> ไข่ - สัญลักษณ์แห่งผู้กล้า มักปรากฏที่หัวมุมข้อสอบ
>
> ของไอ้พวกหันไปดู 'ข้างๆ' แบบไม่ดูตาม้าตาเรือ
>
> ใครได้มาครอบครองจะมีอำนาจพิเศษ....
>
> สามารถออกห้องสอบได้ทุกเมื่อ
>
>
>
> เขียม - เก็บออม ใช้เงินประหยัด .....
>
> แต่จะดีมาก ถ้าเอ็งไม่เอาไปเล่นปังย่า = ='
>
>
>
> ค
>
> เคมี (หรรษา) - 1 ใน 3 วิชาแสนสนุกของสายวิทย์
>
> (ฟิสิกส์แสนสนุก เคมีหรรษา และชีวะฮาเฮ) ABC ขั้นสูง
>
> สอนให้เรารู้ว่าบางที Na ไม่จำเป็นต้องอ่านว่า นา เสมอไป
>
> (สถานีต่อไป.............โซเดียม โซเดียม = =' )
>
>
>
> เคมีอาจารย์อุ๊
>
> 1. เสียไป 2500 เพื่อไปนั่งดูทีวี - -'
>
> 2. วันไหนคุณเข้าธนาคารกรุงไทย (หรืออะไรซักอย่างเนี่ยแหละ)
>
> แล้วเจอคิวยาวถึงหน้าประตู ไม่ต้องแปลกใจน่ะขรับ
>
>
>
> คอร์สเอนท์
>
> 1. เสียไป 7500 เพื่อไปนั่งตูดบานฟังคนใบ้หวย (เก็งข้อสอบ) ตั้งแต่เช้าจรด
> เย็น
>
> 2. ปีไหนตรงก็ดังกันไป ปีไหนไม่ตรงก็ ..... 'อ๋อ ปีนี้มันเปลี่ยนแนวออกครับ
> น้อง'
>
> 3. บางคนคิดว่า แค่ไปเรียนคอร์สเอนท์แล้วจะเอ็นติด .....
>
> ถ้าเอ็งไม่กลับมาทบทวนแล้วมันจะติดมั้ยยย
>
> (จะปลูกต้นไม้ให้งาม ใส่ปุ๋ยอย่างเดียวมันไม่เข้าหรอก ต้องขยันพรวนดินด้วย
> เฟ่ย)
>
>
>
> คาราโอเกะ
>
> 1. เสีย 10 บาทเพื่อไปนั่งฟังเพื่อนสวดมนต์ในตู้แคบๆ (...บางคนเรอให้ฟังก็มี)
>
> 2. วิชาภาคบังคับของกระทรวง เห็นเด็กนักเรียนต้องไปสอบกันทุกวัน
>
>
>
> ง
>
> ง. - ถูกทุกข้อ...............(...ตัวช่วยสุดท้ายสำหรับพวกหัวกลวงมาสอบ)
>
>
>
> งับๆ - ภาษาวัยรุ่น (...หรือพวกที่พยายามคิดว่าตัวเองยังเป็นอยู่)
>
> นิยมใช้การแช็ท เล่นเอ็ม เพื่อแสดงความน่ารักน่าสมเพศ เอ้ย... เอ็นดู
>
> คาดว่าชาติก่อนมันคงเกิดปลาคาร์ปกัน
>
>
>
> ง้าบบ - การลากเสียงเพื่อแสดงมารยาสาไถย นัยว่าทำให้ดูน่ารักยิ่งขึ้น (เห้ๆ)
>
> กรุณาอย่าใช้บ่อยจนเกินเหตุอาจทำให้ผู้อ่าน หรือผู้ฟัง
>
> เกิดความเอ็นดู จนต้องหาอะไรไปตบปาก
>
>
>
> งุงิๆ - ...........เฮ่ยย เลิก 'งุงิ' ได้แล้ว ...............ฟังแล้วตรูงุงิ
> เฟ่ย
>
>
>
> งืม งืม - ............เออ เอาเข้าไป...= ='
>
>
>
> เงิน - สิ่งที่พ่อแม่ให้มาซื้อข้าว แต่เห็นชอบเอาฝากไว้กับป้าร้านเกมส์กันจ๊างง
> ง
>
>
>
> จ
>
> จ. - ไม่มีข้อถูก ............. (อ๊ากกกก!!!! แล้วทีนี้ตรูจะมั่วอันไหนดีฟะ
> เนี่ย )
>
> ((อันนี้ก็ช่วยไม่ได้เน่อ โยนหัวก้อยกันเองระหว่าง ง กับ จ ))
>
>
>
> จุฬา - (เชื่อว่า)เป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ
>
> จึงทำให้มีนักเรียนจากทุกสารทิศต่างแย่งชิงกันมาเข้าที่นี่
>
>
>
> ฉ
>
> ฉ - ถูกมั่งผิดมั่ง ...(ไม่มีว้อยยย!!!!!)
>
>
>
> ช
>
> ชายเซนเตอร์ - การเรียนโดยให้เด็กเป็นศูนย์กลาง ซึ่งครูบางท่านเข้าใจผิดว่าให้
> เด็กไปอ่านเอง
>
> ทำความเข้าใจเอง.......แล้วไม่ให้เด็กมันออกข้อสอบเอง
>
> ทำเอง ตรวจเอง ไปเลยอ่ะครับ 'จารย์
>
>
>
> เช็คชื่อ - ระบบเช็คความตั้งใจเรียนของเด็ก ซึ่งได้ผลมากๆ ..................
>
> เฮ้ยวันนี้ กรูจะไปร้องเกะ ฝากมรึงเช็คด้วยนะ
>
>
>
> ชีวะ(ฮาเฮ) - 1 ใน 3 วิชาแสนสนุก สปช. ขั้นสูง
>
> วิชาที่สามารถทำให้เราเข้าใจสิ่งง่ายๆ รอบตัวเราดูยากขึ้นมามหาศาล
>
> ตัวอย่าง ...
>
> คน - Homosapien Sapien
> ข้าวหอมมะลิ - Passus Gamesus
>
> ชาวนา - Homosapien sapien de Passus Gamesus ( = = มั่วแล่ว)
>
> ปิ๊กาจู - Pigasetorian Yellosinus ........(พอแล้วว้อยย!!!!!)
>
>
>
> ซ
>
> ซ่งติง - อวัยวะอย่างหนึ่ง ทำหน้าที่คล้ายเมคอัพ ...นิยมใช้ซับหน้าคู่อริ
>
> ซกมก - ....บางคนพยายามแปลงชื่อผมเป็นซกมก .... = ='..........ผมชื่อซงย้ง โว้ย
> ยยย
>
> ซ่อม - โอกาสสุดท้ายจริงๆแล้วนะเฟ่ยย
>
>
>
> ด
>
> เดอะเบรน - คณะตลกชื่อดัง มีสัญลักษณ์เป็นรูปตาแก่หัวฟู
>
>
>
> เด็กแนว - วิถีแห่งลูกผู้ชาย(เหรอวะ??) ...หลายคนพยายามไขว่คว้าทุกวิถีทาง
>
> เพื่อให้ตัวเองได้ถูกเรียกด้วยคำนี้ หารู้ไม่ว่า วิถีแห่ง'แนว' ไร้ซึ่ง
> วิถี .....
>
> ปรมัตถ์อยู่ที่อัตตาตน (โห.. ตรูคิดได้ไงฟะเนี่ยยยย)
>
>
>
> เด็กแร็พ - มนุษย์เป็ดใส่เสื้อพ่อ
>
>
>
> ต
>
> แต่วว - อาการชนิดหนึ่ง แต่ววว มากๆ
>
> สังเกตบทสนทนาต่อไปนี้
>
> ในช่วงเวลารับประทานอาหารเช้าของครอบครัวหนึ่ง
>
>
>
> ลูก : ...แม่ครับ พ่อครับ ต่อไปนี้ ผมจะเลิกเล่นแร็คแล้วครับ
>
> พ่อแม่ : อื้มม... ดีมากลูก เข้าใจที่พ่อแม่บอกแล้วสินะ
>
> ลูก : .... ผมจะหันมาเล่นปังย่าแทน
>
> พ่อแม่ : .....เกร๊งงงง ๆ (เสียงพ่อแม่ทำช้อนหล่น)
>
> ......................แต่วววว......................
>
>
>
> ท
>
> ท่าไก่ย่าง - ท่าเต้นที่อันตรายที่สุดในโลก (เด็กอายุต่ำกว่า 18 ไม่ควรลอกเลียน
> แบบ)
>
> บางรายอาจมีอาการหัวใจวายตายได้ เต้นกันมาหลายสิบปี
>
> ขณะนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตจากท่าเต้นนี้เป็นจำนวน 1 คน
>
>
>
> น
>
> นอนหลับ - การนอนหลับที่ถูกสุขลักษณะควรกระทำในห้องเรียน
>
> และไม่ควรนอนหัวค่ำเพราะจะทำให้เสียเวลาเล่นเกมส์
>
> (ล้อเล่นจ้าา ^_^)
>
>
>
> พ
>
> พระเจ้าจอร์ช มันยอดมาก - วลีชื่อดัง มีที่มาจาก กษัตริย์แห่งประเทศมะ
> เจิ่มเจ๋ย
>
> ต้นราชวงศ์เหา อันเกรียงไกร (มีศักดิ์เป็นพ่อพระเจ้าเหา)
>
> มีชื่อเสียงในการปลูกมันสำปะหลังส่งออกทั่วโลก
>
> จนนานาอารยะต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า 'พระเจ้าจอร์ช มัน(สำปะหลัง)ยอดมาก'
>
> (คำเตือน: เด็กอายุต่ำกว่า 12 และสตรีมีครรภ์ควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน
>
> มิฉะนั้นอาจมีผลต่อการบั่นทอนสติปัญญาของลูกท่านได้ )
>
> ((เวร แล้วเพิ่งจะมาเตือนเนี่ยนะ))
>
>
>
> พระเจ้าช่วยกล้วยทอด - คาดว่าลูกแม่ค้าขายกล้วยแขกเป็นคนนำมาเผยแพร่
>
> ....สวนสัตว์ดุสิตโพล สำรวจมาแล้วว่า หลังจากได้ฟังวลีนี้
>
> ทำให้ประชากรไทย 87 % มีความอยากกินกล้วยแขกขึ้นมาฉับพลัน
>
> (อ๊ากกกก พูดไปแล้ว ผมก็อยากกินว้อย)
>
>
>
> โพย - วัตถุล้ำค่า มักปรากฏในรูปของยางลบ และใบเสร็จอะไรซักอย่าง
>
> มักส่งต่อกันอย่างลับๆ ... อันตรายมากหากตกไปอยู่ในมือที่ 3
>
> (หมายเหตุ : หลังจากออกห้องสอบ วัตถุนี้กลายสภาพเป็นเศษกระดาษไปโดยปริยาย)
>
>
>
> ฟ
>
> ฟิสิกส์(แสนสนุก) - 1 ใน 3 วิชาแสนสนุก
>
> วิชาวาดเขียนขั้นสูง นึกอะไรไม่ออกให้วาดรูปไว้ก่อน
>
>
>
> ภ
>
> ภาษาไทย - เรียนมา 12 ปี ....นู๋ก้อยางเขียงม่ายเปงซักทีนะเคอะ งุงิงุงิ
>
> (หมายเหตุ(ซีเรียส) : ขอทีนะน้องๆ เอ็งจะเขียนในเมลในเสปซ พี่ไม่ว่า ...
>
> แต่อย่าเอามาใช้สื่อสารต่อหน้าสาธารณชนได้มั๊ย
>
> รู้จักกาละเทศะกันหน่อยนาา น้องเอ๋ย)
>
> (หมายเหตุ 2 : บางคนอาจเถียงว่าทำไมทีผมยังใช้ ว้อยยย
>
> ม่ายยยช่ายย อะไรแบบนี้ได้เลย
>
> ขอบอกว่าอันนั้นเป็นคำเลียนเสียงเพื่อแสดงอารมณ์นะครับ
>
> ไม่งั้นจะทำให้งานเขียนเสียรสชาติ)
>
>
>
> ภาษาอังกฤษ - กูดม้อนนิ่งที้ดเช่อ
>
> ...กูดม้อนิ่งสะติ๊วเด้น ฮาวอ๊ายู ....แอมฟายแต๊งกิ้ว
>
> แอ่นยุ.....แอมฟายแต๊งกิ้ว ซิตดาว......... = ='
>
>
>
> ภาษาใจ - ........(เสี่ยวแดกไรเมิง!!!!)
>
>
>
> ม
>
> เมา - กิจกรรมหลังเลิกเรียนของเด็กวิศวะ(ส่วนใหญ่)
>
> นิยมไปกินกันเป็นฝูงเหมือนหมาหมู่หิวโซ (เออ ด่าเข้าไปคณะตัวเอง!!!)
>
> ความสามารถพิเศษอย่างหนึ่ง คือมันสามารถเมาได้ทุกเทศกาล แม้วันมามาก
>
>
>
> เม้าท์ - กิจวัตรประจำวันของผู้หญิง สำคัญพอๆ กับการหายใจ
>
> ผลจากการวิจัยปอยเปตปะตรองตรม แห่งหนองมะหละแหม่ง
>
> รายงานว่า ขาของยีนส์คู่หนึ่งในโครโมโซมคู่ที่ 18.22 ขาดหายไป
>
> ทำให้ร่างกายต้องการ 'เรื่องชาวบ้าน' ไปเลี้ยงสมองตลอดเวลา
>
> (เอิ๊กๆ ล้อเล่นนะก๊าบบบบบ อย่าโกรธ)
>
>
>
> ร
>
> โรงเรียน
>
> 1. สถานที่เอาไว้เคารพธงชาติ ส่งการบ้านและเอาการบ้านใหม่ไปทำ
>
> 2. โรงเรียนกวดวิชา - โรงเรียน
>
> 3. โรงเรียนชายล้วน - แรกๆก็ชายล้วนอยู่หรอก
>
> แต่นานๆ ไปชักเริ่ม......บรึ๋ยยยยย สยิวววกิ้ววว..!!!
>
> 4. โรงเรียนหญิงล้วน - เวลาโรงเรียนเลิกจะกลายสภาพเป็นแหล่งชุมนุมของ
>
> เหล่าเด็กช่าง วิศวะ สถาปัตย์ ซึ่งต่างมารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมาย
>
>
>
> ล
>
> ลอยกระทง - ประเพณีดีงามของไทยที่มีมาแต่โบราณ
>
> เป็นการขอขมา และขอบคุณเจ้าแม่คงคาที่เอื้อชีวิตเรามาตลอดทั้งปี
>
> เข้าใจความหมายกันมั้ยวะ.............
>
> แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเซ็กส์ตรงไหนไม่ทราบ (ซีเรียส)
>
>
>
> ว
>
> วัด - สถานที่สุดท้ายที่เด็กวัยรุ่นจะเข้า........
>
> บางคนถึงกับลืมไป........อ๊ะ.........มีสิ่งนี้ด้วยเหรอเนี่ยย
>
>
>
> เวร
>
> 1. สิ่งที่จำกันไม่เคยได้ซะที ว่าทำกันวันไหน
>
> 2. เวรรร ตรูว่าแล้ววว ว่าไอ้ '1.' มันต้องลืมทำเวร
>
>
>
> วัยรุ่น - สิ่งมีชีวิตที่โดนหลอกง่ายที่สุดในโลก
>
>
>
> วาเลนไทน์
>
> 1. วันขอตังค์แม่ไปซื้อดอกไม้ให้แฟน
>
> 2. วันแห่งความรัก (แฟน)
>
> 3. สับรางให้ถูกละก๊านนน ...... ไอ้พวกมากกิ๊ก
>
>
>
> วันประกาศผลเอ็นท์ - วันพิพากษาของเหล่าเด็กนักเรียน
>
> วันสุดท้ายแห่งการทำงานหนักของผู้ทำความสะอาดศาลเจ้า
>
>
>
> ส
>
> สยามสแควร์
>
> 1. สวนสัตว์เปิดขนาดใหญ่ อุดมไปด้วย เสือ สิง กระทิง แรด..........
>
> หรือแม้กระทั่ง งูเหลือมกินแหนม = ='
>
>
>
> 2. สยาม (เซนเตอร์พอยนท์) แหล่งน้ำกลางป่าที่ฝูงสัตว์มักแวะเวียนกันมาหาคู่
>
>
>
> สาด
>
> 1. คำกริยานิยมใช้ในเทศกาลสงกรานต์
>
> แต่ถ้าเป็นคำพูด อาจโดนเขวี้ยงกบาลด้วยขันเอาง่ายๆ
>
> 2. คำสุภาพของคำว่าสัตว์ สังเกตบทสนทนาต่อไปนี้
>
>
>
> ครู : เอ้าเด็กๆ ตัวอะไรอยู่ที่สวนสัตว์จ๊ะ?
>
> เด็กๆ : สาดดดดด!!!!!!!
>
> หมายเหตุ : โดยส่วนตัวผมไม่ชอบคำนี้นะ มันดูหยาบคายไปหน่อยน่ะ ผมใช้ 'เห้ๆ'
> นะ
>
> ซึ่งฟังดูไม่ค่อยหยาบคายเท่าไหร่ (โดยชมรมรักตัวตะกวดแห่งประเทศไทย)
>
>
>
> สอบ
>
> 1. สอบไล่ ...เส้นคั่นระหว่างนรกกับสวรรค์
>
> พรมแดนสุดท้ายสู่อิสระภาพ(ชั่วคราว) เค้าไล่แล้วแต่บางคนก็ยังไม่ยอมไปกัน =='
>
> 2. สอบเก็บคะแนน ... 'ชิบหายแหล่ววว...
>
> วันนี้มีสอบเก็บคะแนนนี่กว่า ..เฮ้ย..แมร่ง ลืมว่ะ'..........(...ประจำ)
>
> 3. สอบเอนท์ ...พรมแดนสุดท้ายสู่....คุกนรกอีก 4 ปี (หรือมากกว่านั้น)
>
>
>
> ห
>
> เหล้า - อาหารหลักของเด็กวิศวะ และสถาปัตย์ (ส่วนใหญ่)......
>
> สันนิษฐานว่ามันกินเพื่อล้างท้อง เพราะเห็นมันกินทีไรก็อ้วกออกทุกที ,
>
> ข้ออ้างในการเข้าสังคม .....อย่าไปเชื่อมันน้อง ไม่กินก็จบมาเป็นผู้เป็นคนได้
>
>
>
> อ
>
> แอพพลายฟิสิกส์
>
> 1. สถาบันกวดวิชา (เก็งข้อสอบ)ดีเด่น
>
> 2. ...ตีกรอบ... กาดาว...แอบดู...
>
>
>
> เอ็นทรานซ์ - บางคนคิดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต
>
> ความจริงมันอยู่ที่ตัวน้องเองตะหาก อย่าลืมว่า.........
>
> ทางเดินเส้นไหนมันก็มีจุดหมายปลายทางเหมือนกันนะเฟ่ย
>
> .....ขึ้นอยู่กับว่า แกจะเดินไป หรือ มัวแต่นั่งท้อแท้
>
>
>
> เอ็มเอสเอ็น - เครื่องมือระบายอารมณ์ของคนรุ่นใหม่
>
> โกรธใครเกลียดใคร แอบชอบใคร ก็ไปตั้งเป็นชื่อ เอ็ม
>


edit @ 2007/04/13 20:24:10

กุหลาบรักรสร้าย

posted on 26 Apr 2007 15:53 by forest2024  in freestylewrite

เซ็งเป็ดค่ะ ม่ายรุจะอัพไรดี แต่อยากเขียนอะไรที่มันเป็นสาระหน่อย หลังจากโพตส์

พจจานุกรมมา เปลี่ยนบรรยากาศมาเรียนหน่อย

ก็เลยไปหาข้อมูลมา เอามาแชร์ความรุ้กันค่ะ (ขอบขุณคนที่สละเวลาอ่านและเม้นนะค่ะ)

เป้นข้อมูลเกี่ยวกับกุหลาบ เลยชื่อเรื่องว่า กุหลาบรักรสร้าย ค่ะ

มีทั้งคิดเองและก๊อปเขามา เดี๋ยวขอบคุณเขาตอนจบเรื่อง

เอ้าเข้าเรื่องกันเลย (ถ้าจะถามไรเม้นมานะค่ะเดี๋ยวตอบ)

กุหลาบ นับว่าเป็นไม้ดอกที่มีความงามยากที่ไม้ดอกอื่นจะเทียบเท่า จนได้รับชื่อว่าเป็น "ราชินีแห่งดอกไม้" (Queen of flower) มีทั้งหมดประมาณ 200 สปีชี่ส์ พันธุ์ดั้งเดิม (wild species) มีทั้งชนิดกลีบดอกชั้นเดียวและดอกซ้อน ส่วนกุหลาบที่ปลูกกันอยู่ทั่วไปในปัจจุบันเป็นกุหลาบที่ผ่านการวิวัฒนาการมานานนับร้อยๆ ปี และทั้งหมดเป็นกุหลาบลูกผสมซึ่งได้จากการผสมพันธุ์ระหว่างกุหลาบ 1-8 สปีชี่ส์ และส่วนมากมีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย

มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rosa hybrids ชื่อสามัญคือ กุหลาบ หรือ rose

อยู่ในวงศ์: Rosaceae มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย

ความสำคัญทางเศรษฐกิจ

กุหลาบเป็นไม้ตัดดอกที่มีการปลูกเป็นการค้ากันแพร่หลายทั่วโลกมานานแล้ว กุหลาบเป็นไม้ตัดดอกที่มีการซื้อขาย เป็นอันดับหนึ่งในตลาดประมูลอัลสเมีย ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นตลาดประมูลไม้ดอก ที่ใหญ่ที่สุดของโลก เมื่อ พ.ศ. 2542 มีการซื้อขายถึง 1,672 ล้านดอก และมักจะมียอดขายสูงสุดในประเทศต่าง ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับไม้ดอกชนิดอื่น ๆ โดยประเทศที่ผลิตกุหลาบรายใหญ่ของโลกได้แก่ อิตาลีเนเธอร์แลนด์สเปนสหรัฐอเมริกาโคลัมเบียเอกวาดอร์อิสราเอลเยอรมนีเคนยาซิมบับเวเบลเยียมฝรั่งเศสเม็กซิโกแทนซาเนีย และ มาลาวี เป็นต้น

ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกกุหลาบตัดดอกประมาณ 5,500 ไร่ กระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ ประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตกุหลาบคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง หากแต่จะต้องผลิตในพื้นที่ที่เหมาะสม คือพื้นที่สูงมากกว่า 800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล หากปลูกในที่ราบจะได้คุณภาพดีในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น ดังนั้นการผลิตกุหลาบมีแนวโน้มเพิ่มพื้นที่การผลิตบนที่สูงมากขึ้น

แล้วมันรักรสร้ายยังไงล่ะ โธ่แม่คุณเอ๊ยก็กุหลาบน่ะ มีหนามใช่ไหมล่ะ เปรียบดั่ง

(อันนี้คิดเอง ไม่เกี่ยวกับคนอื่นหรอก) มารยาของผู้หญิงไง มีแอบร้าย แต่ก็ทำให้คนรักได้

ด้วยความสวย เพราะในเว็บเจ๊วิกิ ก็บอกเหมือนกานว่า ประโยชน์คือ ความสวย

กุหลาบขาว vs กุหลาบแดง มีหลายตำนานเล่าถึงการเกิดกุหลาบสีขาวและกุหลาบสีแดงไว้แตกต่างกัน ตำนานหนึ่งเล่าว่า กุหลาบขาว เกิดขึ้นก่อน กุหลาบแดง เดิมทีมีนกไนติงเกลตัวหนึ่งมาหลงรักเจ้าดอกกุหลาบขาวแสนสวย ขณะที่มันกำลังจะโอบกอดดอกกุหลาบด้วยความรักนั้นเอง หนามกุหลาบก็ทิ่มแทงที่หน้าอกของมันหยดเลือดของเจ้านกไนติงเกลเลยทำให้ดอกกุหลาบสีขาวกลายเป็นสีแดง เลยมีดอกกุหลาบสีแดงนับแต่นั้นเป็นต้นมา ส่วนอีกตำนานหนึ่งก็เล่าว่ากุหลาบสีแดงใน สวนอีเดน เกิดจาการจุมพิตของ อีฟ เจ้าดอกกุหลาบขาวที่หญิงสาวจุมพิต เลยเกิดอาการขวยเขินจึงเปลี่ยนเป็นสีแดงนอกจากนี้ ความหมายของความรักในศาสนาคริสต์ ถือว่ากุหลาบสีขาวแทนความบริสุทธิ์ของ พระแม่มาเรีย และกุหลาบสีแดงเกิดจากหยาดพระโลหิตของ พระเยซูเจ้า เมื่อถูกสวมมงกุฎหนาม มันจึงเป็นสัญลักษณ์ของผู้ประกาศศาสนาที่พลีชีพเพื่อพระผู้เป็นเจ้า
สีของกุหลาบ

เอา Basic เลยก็ต้อง แดง, ขาว, เหลือง, ชมพู, สีแสด

ส่วน advance ขึ้นมาหน่อย ก็มีสีม่วงอย่างพันธ์บลูมูน แล้วอีกอัน จำได้ว่าเคยอ่าน

หนังสือพิมพิ์บอกว่า ญี่ปุ่น (มั้งกี้ จำไม่ค่อยได้) มีสีฟ้า

จบข่าว ยาวแหระขอหยุดเลยละกาน ต้องขอบขุณผู้ให้ความรู้ก่อน

www.wikipedia.com www.geocities.com www.panmai.com thank คร้า


edit @ 2007/04/26 16:00:48