freestylewrite

FW: MISS CALL โจรใต้

posted on 21 Oct 2007 21:43 by forest2024  in freestylewrite

 

อ้า .... กว่าจะอัพได้

พอดี ไปอ่าน ฟอร์เวิรดิ์เมล์ มา  ก็เลย

เออ.... เอามาลง บล็อก เพื่อ เพยแพร่ ดีกว่า

ปล. ช่วยกันด้วยนะ อันตรายมากๆ 

ปล.2 ขอบคุณ  พิงค์ ที่คอยส่ง ฟอร์เวิด์เมล์ดีๆมาให้ตลอด (จะได้ระวัง)

ปล.3 copy ไปได้นะ เราไม่ห่วงอยู่แล้ว

 

อย่าโทรกลับสายที่ miss call และช่วย forwardให้มากที่
> สุดเท่าที่จะมากได้นะเพื่อชาติเราเองขอ Confirm ข่าวนี้ค่ะ!!!เมื่อตอนบ่ายแม่
> ของเพื่อนก็เพิ่งจะโทรมาเตือนเรื่องนี้เหมือนกันคือว่าแม่ของเพื่อนเจอมากับตัว
> เองเมื่อประมาณวันศุกร์ที่ผ่านมา มี Miss call จากใครก็ไม่รู้เบอร์แปลก ๆ (ตอน
> นี้ก็ยังอยู่ในเครื่องนะ)ก็ยังไม่ได้โทรกลับไป พอวันอาทิตย์ก็ใช้เบอร์เครื่อง
> ที่บ้านโทรไปเป็นเสียงผู้ชายพูดออกสำเนียงแขกๆ ใต้ ๆ รับ และถามกลับมาว่า" ทำไม
> ใช้เบอร์ที่บ้านโทรมาทำไมไม่ใช้มือถือ" พอถามกลับไปว่าเป็นใคร ก็ไม่ตอบ บอก
> ว่า "ไม่มีอะไร" แล้วก็วางสายไปแม่ของเพื่อนเพิ่งเห็นข่าวเมื่อตอนเช้าวันนี้
> เรื่องวิธีใหม่ที่โจรใต้ใช้ ก็ตกใจนะไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเอง ถ้าวันนั้นโทรกลับ
> ไปก็ซวยเลยวันนี้ก็เลยโทรมาบอกเพื่อนเพราะว่าเบอร์ของเพื่อนก็เปิดในเขตภาคใต้
> เหมือนกันแต่ก็ไม่รู้นะว่าเบอร์ที่โจรใต้มันสุ่มเอาจะเลือกเอาเบอร์ที่เปิดในเขต
> ภาคใต้หรือเปล่า???" กลยุทธ์ " การจุดชนวนระเบิดโดยโทรศัพท์มือถือโจรจะสุ่มโทร.
> เข้ามือถือของผู้ใดผู้หนึ่ง.. แล้ววางสายและต่อสัญญานรอไว้ เมื่อเจ้าของโทร
> ศัพท์เห็น miss call ก็จะโทรกลับซึ่งเป็นการจุดชนวนระเบิดในจุดที่มีการต่อสัญญาณ

> ไว้!!!!!"ดังนั้น... หากมี miss call ที่เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยซึ่งท่านควรจัด
> ระบบบันทึกเป็นชื่อหรือรหัสของผู้ที่เราติดต่อประจำไว้อย่าโทรกลับเด็ดขาด มิ
> ฉะนั้น ท่านอาจจะเป็นเครื่องมือของโจร และถูกสืบค้นจากเจ้าหน้าที่ ตกเป็นผู้
> ต้องหา ซึ่งกว่าจะสืบค้นพยานแก้ต่างท่านอาจจะต้องเสียเวลาเสียทรัพย์สินมากมาย..
> หากท่านใดได้ข่าวทำนองนี้ช่วย confirm และสื่อสารต่อๆไปด้วยคะ ขอบคุณมากตอนนี้
> ถ้ามีสายที่โทร.เข้ามา แล้วเป็น miss call ไม่ต้องโทร.กลับ เพราะถ้าเราโทร.
> กลับ มันจะไปจุดชนวนระเบิดของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งพวกนี้ได้ idea มา
> จาก sim กระปุกที่บอกว่า โทร. แล้วเป็นการเพิ่มค่า
มันเลยเอาไปใช้กับเหตุถการณ์ในภาคใต้ เลวจริง ๆ คิดได้แต่เรื่องเลวๆ
ยังไงก็ระวังกับเบอร์ที่ไม่รู้จักแล้วกันนะ
และที่สำคัญส่วนใหญ่เราก็ไม่โทร.กลับเบอร์ที่ไม่รู้จักกันอยู่แล้วนี่เพื่อเป็นการระวังและ

ป้องกันภัยร้ายให้กับคนบริสุทธิ์ในภาคใต้

 

 

FW: Marketing Theory

posted on 26 Oct 2007 09:42 by forest2024  in freestylewrite

 

FW: Marketing Theory 


 
อาจารย์กำลังอธิบายหลักการตลาดให้นักศึกษาฟัง


 
1. คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้ คุณเข้าไปหาเธอและพูดว่า 'ผมรวย แต่งงานกับผมเถอะ!' - นี่คือ Direct Marketing
 
2. คุณอยู่ที่งานปาร์ตี้กับพรรคพวกของคุณและพบสาวสวยสุดเซ็กซี่คนหนึ่ง เพื่อนของคุณคนหนึ่งเดินเข้าไปหาเธอ ชี้มาที่คุณแล้วพูดว่า 'เขารวยมาก แต่งงานกับเขาเถอะ!' - นี่คือการโฆษณา
 
3. คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้ คุณเข้าไปหาเธอและขอเบอร์โทร วันรุ่งขึ้นคุณจึงโทรไปหาและพูดว่า 'สวัสดีครับ ผมรวยมาก แต่งงานกันผมเถอะ' - นี่คือ Telemarketing
 
4. คุณอยู่ที่งานปาร์ตี้และพบสาวสวยสุดเซ็กซี่คนหนึ่ง คุณยืนขึ้นจัดเนคไทให้เรียบร้อย เดินเข้าไปหาเธอ เลี้ยงเครื่องดื่มเธอ คุณเปิดประตู (รถยนต์) ให้เธอ ถือกระเป๋าให้เธอจนเธอนั่งเรียบร้อย ช่วยขับรถให้เธอ แล้วพูดว่า 'ผมรวย คุณจะแต่งงานกับผมไหม?' - นี่คือพีอาร์
 
5. คุณอยู่ที่งานปาร์ตี้และพบสาวสวยสุดเซ็กซี่คนหนึ่ง เธอเดินเข้ามาหาคุณ และพูดว่า 'คุณรวยมาก! แต่งงานกับฉันไหม?' - นี่คือ Brand Recognition
 
6. คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้ คุณเข้าไปหาเธอและพูดว่า 'ผมรวย แต่งงานกับผมเถอะ!' เธอตบหน้าคุณอย่างแรง - นี่คือ Customer Feedback
 
7. คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้ คุณเข้าไปหาเธอและพูดว่า 'ผมรวยมาก แต่งงานกับผมเถอะ!' แล้วเธอก็แนะนำให้คุณรู้จักกับสามีของเธอ - นี่คือช่องว่างระหว่าง demand และ supply
 
8. คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้> คุณเข้าไปหาเธอและก่อนที่จะได้พูดอะไร ก็มีผู้ชายอีกคนเดินเข้ามาและพูดกับเธอว่า 'ผมรวยคุณจะแต่งงานกับผมไหม?' แล้วเธอก็ไปกับผู้ชายคนนั้น - นี่คือการแข่งขันแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด
 
9. คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้ คุณเข้าไปหาเธอและก่อนที่จะได้พูดว่า 'ผมรวย แต่งงานกับผมเถอะ!' ภรรยาของคุณก็มาถึง - นี่คือข้อจำกัดในการเข้าสู่ตลาดใหม่

หวังว่าคงเข้าใจหลักการตลาดมากขึ้นกันนะค่ะ

 

นมสด 1 แก้ว ... ซึ้ง ...

posted on 30 Nov 2007 13:07 by forest2024  in freestylewrite

 

                       กว่าจะได้อัพ  เฮ้อ ขอโทษทีค่ะ "-_-  นี่ก็เอาเรื่องดีๆซึ้งๆ มาฝากค่ะ

 

 

......เมื่อหลายปีมาแล้ว ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เด็กชายเคลลี่ ซึ่งอยู่ในครอบครัวที่มีฐานะยากจน
เขาต้องหาเงินไปโรงเรียนเองด้วยการนำสิ่งของใส่กระเป๋า เดินไปขายตามบ้านที่อยู่ใน เมืองใกล้เคียง

วันหนึ่งเขาพบว่าเมื่อจ่ายค่ารถและค่าสินค้าแล้ว เขามีเงินในกระเป๋าเหลือเพียง 10 เซ็นต์เท่านั้น
ขณะนั้นเขากำลังหิวมาก แต่เงินสดที่เขามีอยู่นั้นไม่พอที่จะซื้ออาหารแม้แต่เพียงมื้อเดียว ดังนั้นเขาจึงคิดจะไปขออาหารจากบ้านที่กำลังเดินไปถึง แต่เมื่อกดกริ่ง หญิงสาวเจ้าของบ้านมาเปิดประตู เด็กชายเคลลี่ กับเกิดความละอายใจที่จะขออาหารเหมือนกับขอทาน

เขาจึงขอเพียงน้ำเปล่าเพียงแก้วเดียวเท่านั้น แต่เจ้าของบ้านสาวสังเกตุเห็นท่าทางของเด็กชายเคลลี่ว่าคงจะกำลังหิว เธอจึงได้นำเอานมสดแก้วใหญ่มาให้เคลลี่ดื่ม เด็กชายเคลลี่ดื่มนมอย่างกระหาย
จนหมดแก้วแล้วถามว่า "ผมต้องจ่ายเงินค่านมถ้วยนี้ให้คุณเท่าไหร่ครับ" เจ้าของบ้านสาวตอบว่า "ไม่ต้องจ่ายเงินหรอก แม่ของฉันสอนไม่ให้รับสิ่งตอบแทนจากการให้น้ำใจไมตรี"
เคลลี่ซาบซึ้งใจมากและตอบว่า "ถ้าเช่นนั้น ผมขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง จากหัวใจของผมก็แล้วกันนะครับ"


ขณะที่เด็กชายเคลลี่ได้เดินออกจากบ้านหลังนั้น เขาไม่เพียงแต่ รู้สึกว่ามีกำลังแข็งแรงขึ้นจากนมสดแก้วโตเท่านั้น แต่เขาได้มีความเข้าใจในเรื่องของน้ำใจไมตรีเพิ่มขึ้นด้วย......


อีก 30 ปีต่อมา มีหญิงคนหนึ่ง ป่วยหนักด้วยโรคหัวใจ ซึ่งแพทย์ท้องถิ่นไม่สามารถรักษาได้จึงส่งไปให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ด้านโรคหัวใจทำการรักษา เมื่อได้อ่านประวัติผู้ป่วยแล้ว.....

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญท่านนั้นได้สะดุดใจกับชื่อหมู่บ้านของผู้ป่วยคนนั้น
จึงตั้งใจรักษาด้วยการผ่าตัดหัวใจอย่างพิเศษ โดยใช้อุปกรณ์ทันสมัยที่สุด และยาราคาแพงที่ดีสุด จนผู้ป่วยหายเป็นปกติพร้อมจะกลับบ้าน ผู้ป่วยมีความกังวลว่าค่ารักษาพยาบาลคงจะมีราคาแพงหลายหมื่นดอลลาร์ ซึ่งเธอเข้าใจว่าคงจะต้องทำงานทั้งชีวิตกว่าเธอจะหาเงินค่ารักษาพยาบาลได้ เพราะเธอไม่มีประกันสุขภาพ และยังไม่สามารถไปเบิกได้จากที่ไหนได้

แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญคนนั้น ได้บอกเจ้าหน้าที่แผนกบัญชี ให้นำใบเก็บเงินไปให้เขา
แล้วหมอก็ใช้ปากกาเขียนข้อความสองบรรทัด แล้วยื่นให้เจ้าหน้าที่บอกให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้ โดยไม่ต้องจ่ายเงินเลย

ข้อความที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญท่านนั้นเขียนในใบเรียกเก็บเงินนั้นมีว่า

"จ่ายค่ารักษาพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ด้วยนมสดหนึ่งแก้ว"

ลงนาม นายแพทย์โฮเวอร์ด เคลลี่
 


"ราคาของนมสดหนึ่งแก้ว" เป็นเหตุการณ์จริงที่เกี่ยวกับน้ำใจไมตรีในต่างประเทศ

 

.................. เป็นไงค่ะ ได้ข้อคิดอะไรบ้าง แล้วอย่าลืมช่วย comment หรือ กด Hot post

ให้ด้วยจะขอบพระคุณมากค่ะ......................

edit @ 30 Nov 2007 13:17:29 by RABBIT ...*_*NAKA^_^...