FW: เติมเต็ม

posted on 14 Jan 2008 16:27 by forest2024
 
FW: เติมเต็ม
 
>คุณครูทอมป์สันโกหกนักเรียนชั้นป.5 ของครูทั้งชั้นซะแล้ว>>ตั้งแต่วันแรกเลยด้วย คุณครูบอกเขาว่าครูรักเด็กๆเท่ากันหมด เลย>แต่นั่นก็เป็นไปไม่ได้เพราะว่ามีเด็กตัวเล็กๆท่าทางขี้เกียจคนนึง>>ชื่อ เท็ดดี้ สต๊อดดารด์>ครูทอมป์สันได้จับตาดูเท็ดดี้มาปีนึงและสังเกต ว่า เขาไม่ค่อยเล่นดีๆ กับเด็ก คนอื่นเท่าไหร่>ว่าเสื้อผ้าของเขาสกปรก และเค้าตัวเหม็นหึ่งอยู่ตลอดเวลาด้วยแหละ>และบางทีเท็ดดี้ก็เกเรด้วย ถึงขั้นที่ว่าครูทอมป์สันสนุกกับการตรวจงานของเท็ดดี้ด้วยหมึกสีแดง
>กากบาทไป หนาๆและใส่ตัว F ตัวใหญ่ๆลงไปบนหัวกระดาษ>ที่โรงเรียนที่คุณครูทอมป์สันสอน คุณครูต้องทบทวนประวัติของเด็กแต่ละคนด้วย>และครูก็ไม่ยอม ตรวจประวัติของเท็ดดี้จนกระทั่งเหลือแฟ้มสุดท้ายแต่เมื่อคุณครูตรวจแฟ้ม เข้า>ครูทอมป์สันก็แปลกใจใหญ่เลยครับ>>เมื่อพบว่าครูชั้น ป.1 ของเท็ดดี้วิจารณ์ มาว่า "น้องเท็ดดี้เป็นเด็กที่ฉลาดและร่าเริงทำงานเรียบร้อยมารยาทดี เป็นเด็กที่น่ารักมากทีเดียว">>คุณครูที่สอนเท็ดดี้ ตอน ป.2 เขียน ว่า "เท็ดดี้เป็นเด็กที่เรียนเก่งมาก เพื่อนๆ ชอบกันทุกคน>แต่กำลังมี ปัญหาเพราะแม่ของเท็ดกำลังป่วยหนักและ>ชีวิตทางบ้านต้องลำบาก มากแน่ๆ">>คุณครูที่สอนเท็ดดี้ตอน ป.3 เขียนว่า "เขาเสียใจมากที่ เสียแม่ ไป เขาพยายามเต็มที่แล้ว>แต่คุณพ่อก็ไม่ค่อยให้ความรัก ความสนใจเขา เท่า ไหร่และชีวิตที่บ้านเขาต้องส่งผลกระทบต่อเขาแน่ๆ>ถ้าไม่มีคนยื่นมือ เข้ามาช่วยเหลือ">>คุณครูที่สอนเท็ดดี้ตอน ป.4 เขียนว่า "เท็ดดี้ไม่ ยอมเข้าสังคมและไม่ค่อยสนใจการเรียน>เท่าที่ควรไม่ค่อยมีเพื่อนและหลับใน ห้อง เรียน ตอนนี้คุณครูทอมป์สันรู้ถึงปัญหาแล้วและอับอายในการ กระทำของ ตนเองมากครูรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิมอีก เมื่อนักเรียนในห้องซื้อของขวัญวัน คริสต์มาสมาให้ ห่อในกระดาษสีสดๆพร้อมผูกโบว์อย่างดี ยกเว้นแต่ ของเท็ดดี้ของขวัญของเท็ดดี้ถูกห่ออย่างหยาบๆในกระดาษลูกฟูกหนาๆที่ได้มา จากถุง ใส่กับข้าว>>ครูทอมป์สันกัดฟันเปิดกล่องของเท็ดดี้ดูกลางกอง ของขวัญ อื่น ๆ เด็กบางคนเริ่มหัวเราะ>เมื่อเห็นว่าเท็ดดี้ให้กำไลลูกปัดที่ ไม่ครบเส้นและขวดน้ำหอมที่เหลือน้ำอยู่ก้นขวดแก่เธอ>แต่ครูก็หยุด เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ>>เมื่อครูเอ่ยขึ้นว่ากำไลเส้นนั้นสวยเพียงใดสวมมัน ไว้ที่ข้อมือและฉีดน้ำหอมไปบนข้อมือด้วย>เท็ดดี้ สต๊อดดารด์ อยู่เย็นให้นาน พอที่จะพูดว่า
>"ครูทอมป์สันครับ วันนี้ครูตัวหอมเหมือนที่แม่ผมเคยหอมเลย ครับ">>หลังจากที่นักเรียนทุกคนกลับบ้านครูทอมป์สันก็ร้องไห้อย่างนั้นเป็นชั่วโมง วันนั้นเอง>คุณครูเลิกสอนหนังสือ เลิกสอนการเขียน และ เลิกสอนเลขคณิต  คุณครูเริ่มสอนเด็กๆ แทน>>คุณครูทอมป์สันเอาใจใส่เท็ดดี้ เป็นพิเศษ     เมื่อครูพยายามช่วยเขา จิตใจของเขาก็กลับมา>มี ชีวิตชีวาอีก ครั้ง ยิ่งครูให้กำลังใจเท็ดดี้เท่าไหร่>เขาก็ยิ่งตอบรับเร็ว ขึ้นเท่านั้น>>ภายในสิ้นปีนั้นเท็ดดี้ได้กลายเป็นเด็กที่ฉลาดที่สุดในห้อง และแม้ว่าคุณครูจะบอกว่าครูรักเด็กทุกคนเท่ากัน>เท็ดดี้ก็ได้กลายไป เป็น"ศิษย์โปรด" ของครู
>หนึ่งปีต่อมาคุณครูพบจดหมายอยู่ใต้ประตูจดหมาย นั้น>มาจากเท็ดดี้บอกครูว่าคุณครูยังเป็นครูที่ดีที่สุดที่เขาเคยมี>>หกปีต่อมาครูก็ได้จดหมายจากเท็ดดี้อีกบอกว่าเขาเรียนจบ ม.ปลายแล้ว ได้ที่ สามในทั้งระดับและคุณครูยังคงเป็นครูที่ดีที่สุดที่เขาเคยเจอมาในชีวิต>>สี่ปีหลังจากนั้นคุณครูก็ได้จดหมายอีกบอกว่าแม้ว่าชีวิตเขา จะลำบากบ้างเขาก็ไม่ได้เลิกเรียนหนังสือ>และจะจบปริญญาตรีในเร็วๆนี้ด้วย เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง (เหรียญทอง)>>และยังย้ำกับครูทอมป์สัน ว่า คุณครูเป็นครูที่ดีที่สุดและเป็นครูคนโปรดในชีวิตเขา
>จาก นั้นสี่ปีผ่านไปแต่จดหมายอีกฉบับหนึ่งก็มา>ครั้งนี้เขาอธิบายว่าหลังจากที่เขาได้รับปริญญาตรี แล้วเขาตัดสินใจที่จะเรียนต่ออีกนิด>>จดหมายนั้นอธิบายว่าคุณครูยังเป็นครูคนที่ดีที่สุดที่เขาเคยมีแต่ตอนนี้ชื่อของเขายาวขึ้นอีกหน่อย จดหมายนั้นลงชื่อว่า>นพ. ทีโอดอร์ เอฟ สต๊อดดารด์>>เรื่องยังไม่จบแค่นี้นะคือว่า ฤดูใบไม้ผลินั้นก็ยังมีจดหมายมาอีก>เท็ดดี้ บอกว่าเขาได้เจอสาวคนนึงและก็จะแต่งงานกัน>เขาอธิบายว่าพ่อของเขาได้เสียไป เมื่อสองสามปีก่อนและ>เขาสงสัยว่าคุณครูทอมป์สันจะตกลงมานั่งในที่นั่ง สำหรับ>พ่อเจ้าบ่าวในงานแต่งงานหรือไม่>แน่นอนที่สุด ครูทอมป์สันก็มาและทายสิว่าเกิดอะไร ขึ้น>>คุณครูใส่กำไลข้อมือเส้นนั้นเส้นที่มีลูกปัด หายไปหลายลูกและต้องฉีดน้ำหอมที่เท็ดดี้จำได้ว่าแม่เขาฉีดตอน>ที่ฉลอง เทศกาลคริสต์มาสครั้งสุดท้ายด้วยกัน>>ครูกับศิษย์กอดกันกลมเลย>และคุณ หมอเท็ดก็กระซิบในหูคุณครูทอมป์สันว่า>"ขอบคุณมากนะครับคุณครูที่เชื่อ
 
ง่ะ ในเมล์มันมีแค่นี้ ใครรู้ต่อมาบอกล่ะกันนะ

edit @ 14 Jan 2008 16:32:32 by RABBIT ...*_*NAKA^_^...

นมสด 1 แก้ว ... ซึ้ง ...

posted on 30 Nov 2007 13:07 by forest2024  in freestylewrite

 

                       กว่าจะได้อัพ  เฮ้อ ขอโทษทีค่ะ "-_-  นี่ก็เอาเรื่องดีๆซึ้งๆ มาฝากค่ะ

 

 

......เมื่อหลายปีมาแล้ว ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เด็กชายเคลลี่ ซึ่งอยู่ในครอบครัวที่มีฐานะยากจน
เขาต้องหาเงินไปโรงเรียนเองด้วยการนำสิ่งของใส่กระเป๋า เดินไปขายตามบ้านที่อยู่ใน เมืองใกล้เคียง

วันหนึ่งเขาพบว่าเมื่อจ่ายค่ารถและค่าสินค้าแล้ว เขามีเงินในกระเป๋าเหลือเพียง 10 เซ็นต์เท่านั้น
ขณะนั้นเขากำลังหิวมาก แต่เงินสดที่เขามีอยู่นั้นไม่พอที่จะซื้ออาหารแม้แต่เพียงมื้อเดียว ดังนั้นเขาจึงคิดจะไปขออาหารจากบ้านที่กำลังเดินไปถึง แต่เมื่อกดกริ่ง หญิงสาวเจ้าของบ้านมาเปิดประตู เด็กชายเคลลี่ กับเกิดความละอายใจที่จะขออาหารเหมือนกับขอทาน

เขาจึงขอเพียงน้ำเปล่าเพียงแก้วเดียวเท่านั้น แต่เจ้าของบ้านสาวสังเกตุเห็นท่าทางของเด็กชายเคลลี่ว่าคงจะกำลังหิว เธอจึงได้นำเอานมสดแก้วใหญ่มาให้เคลลี่ดื่ม เด็กชายเคลลี่ดื่มนมอย่างกระหาย
จนหมดแก้วแล้วถามว่า "ผมต้องจ่ายเงินค่านมถ้วยนี้ให้คุณเท่าไหร่ครับ" เจ้าของบ้านสาวตอบว่า "ไม่ต้องจ่ายเงินหรอก แม่ของฉันสอนไม่ให้รับสิ่งตอบแทนจากการให้น้ำใจไมตรี"
เคลลี่ซาบซึ้งใจมากและตอบว่า "ถ้าเช่นนั้น ผมขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง จากหัวใจของผมก็แล้วกันนะครับ"


ขณะที่เด็กชายเคลลี่ได้เดินออกจากบ้านหลังนั้น เขาไม่เพียงแต่ รู้สึกว่ามีกำลังแข็งแรงขึ้นจากนมสดแก้วโตเท่านั้น แต่เขาได้มีความเข้าใจในเรื่องของน้ำใจไมตรีเพิ่มขึ้นด้วย......


อีก 30 ปีต่อมา มีหญิงคนหนึ่ง ป่วยหนักด้วยโรคหัวใจ ซึ่งแพทย์ท้องถิ่นไม่สามารถรักษาได้จึงส่งไปให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ด้านโรคหัวใจทำการรักษา เมื่อได้อ่านประวัติผู้ป่วยแล้ว.....

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญท่านนั้นได้สะดุดใจกับชื่อหมู่บ้านของผู้ป่วยคนนั้น
จึงตั้งใจรักษาด้วยการผ่าตัดหัวใจอย่างพิเศษ โดยใช้อุปกรณ์ทันสมัยที่สุด และยาราคาแพงที่ดีสุด จนผู้ป่วยหายเป็นปกติพร้อมจะกลับบ้าน ผู้ป่วยมีความกังวลว่าค่ารักษาพยาบาลคงจะมีราคาแพงหลายหมื่นดอลลาร์ ซึ่งเธอเข้าใจว่าคงจะต้องทำงานทั้งชีวิตกว่าเธอจะหาเงินค่ารักษาพยาบาลได้ เพราะเธอไม่มีประกันสุขภาพ และยังไม่สามารถไปเบิกได้จากที่ไหนได้

แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญคนนั้น ได้บอกเจ้าหน้าที่แผนกบัญชี ให้นำใบเก็บเงินไปให้เขา
แล้วหมอก็ใช้ปากกาเขียนข้อความสองบรรทัด แล้วยื่นให้เจ้าหน้าที่บอกให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้ โดยไม่ต้องจ่ายเงินเลย

ข้อความที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญท่านนั้นเขียนในใบเรียกเก็บเงินนั้นมีว่า

"จ่ายค่ารักษาพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ด้วยนมสดหนึ่งแก้ว"

ลงนาม นายแพทย์โฮเวอร์ด เคลลี่
 


"ราคาของนมสดหนึ่งแก้ว" เป็นเหตุการณ์จริงที่เกี่ยวกับน้ำใจไมตรีในต่างประเทศ

 

.................. เป็นไงค่ะ ได้ข้อคิดอะไรบ้าง แล้วอย่าลืมช่วย comment หรือ กด Hot post

ให้ด้วยจะขอบพระคุณมากค่ะ......................

edit @ 30 Nov 2007 13:17:29 by RABBIT ...*_*NAKA^_^...

FW: Marketing Theory

posted on 26 Oct 2007 09:42 by forest2024  in freestylewrite

 

FW: Marketing Theory 


 
อาจารย์กำลังอธิบายหลักการตลาดให้นักศึกษาฟัง


 
1. คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้ คุณเข้าไปหาเธอและพูดว่า 'ผมรวย แต่งงานกับผมเถอะ!' - นี่คือ Direct Marketing
 
2. คุณอยู่ที่งานปาร์ตี้กับพรรคพวกของคุณและพบสาวสวยสุดเซ็กซี่คนหนึ่ง เพื่อนของคุณคนหนึ่งเดินเข้าไปหาเธอ ชี้มาที่คุณแล้วพูดว่า 'เขารวยมาก แต่งงานกับเขาเถอะ!' - นี่คือการโฆษณา
 
3. คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้ คุณเข้าไปหาเธอและขอเบอร์โทร วันรุ่งขึ้นคุณจึงโทรไปหาและพูดว่า 'สวัสดีครับ ผมรวยมาก แต่งงานกันผมเถอะ' - นี่คือ Telemarketing
 
4. คุณอยู่ที่งานปาร์ตี้และพบสาวสวยสุดเซ็กซี่คนหนึ่ง คุณยืนขึ้นจัดเนคไทให้เรียบร้อย เดินเข้าไปหาเธอ เลี้ยงเครื่องดื่มเธอ คุณเปิดประตู (รถยนต์) ให้เธอ ถือกระเป๋าให้เธอจนเธอนั่งเรียบร้อย ช่วยขับรถให้เธอ แล้วพูดว่า 'ผมรวย คุณจะแต่งงานกับผมไหม?' - นี่คือพีอาร์
 
5. คุณอยู่ที่งานปาร์ตี้และพบสาวสวยสุดเซ็กซี่คนหนึ่ง เธอเดินเข้ามาหาคุณ และพูดว่า 'คุณรวยมาก! แต่งงานกับฉันไหม?' - นี่คือ Brand Recognition
 
6. คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้ คุณเข้าไปหาเธอและพูดว่า 'ผมรวย แต่งงานกับผมเถอะ!' เธอตบหน้าคุณอย่างแรง - นี่คือ Customer Feedback
 
7. คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้ คุณเข้าไปหาเธอและพูดว่า 'ผมรวยมาก แต่งงานกับผมเถอะ!' แล้วเธอก็แนะนำให้คุณรู้จักกับสามีของเธอ - นี่คือช่องว่างระหว่าง demand และ supply
 
8. คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้> คุณเข้าไปหาเธอและก่อนที่จะได้พูดอะไร ก็มีผู้ชายอีกคนเดินเข้ามาและพูดกับเธอว่า 'ผมรวยคุณจะแต่งงานกับผมไหม?' แล้วเธอก็ไปกับผู้ชายคนนั้น - นี่คือการแข่งขันแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด
 
9. คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้ คุณเข้าไปหาเธอและก่อนที่จะได้พูดว่า 'ผมรวย แต่งงานกับผมเถอะ!' ภรรยาของคุณก็มาถึง - นี่คือข้อจำกัดในการเข้าสู่ตลาดใหม่

หวังว่าคงเข้าใจหลักการตลาดมากขึ้นกันนะค่ะ